วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

7G University - 9.0



#MARKBAM



“ขอจูบหน่อยดิ”
“หื้อ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อจู่ๆ พี่เขาก็พูดประโยคนั้นแทรกออกมา ความจริงก็ได้ยินนะครับ.. แต่อยากฟังอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจ กลัวตัวเองหูจะฝาดไป ถึงแม้ว่าแก้มมันจะรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดก็เถอะ
“ฉันไม่ขอซ้ำสองหรอกนะ” ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมร้อนที่ผ่อนออกมาแตะโดน นั่นทำให้ร่างกายของผมแข็งทื่อ ถึงแม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ยังไงผมก็ตื่นเต้นทุกครั้งที่พี่เขาใกล้ขนาดนี้
“อื้อ”
ผมหลับตาลงเมื่อพี่มันแนบกลีบปากลงมาทับ ความร้อนและชื้นแฉะทำให้หัวใจของผมเต้นรัวไปหมด สัมผัสอ่อนโยนที่ไม่ได้รับมาตั้งนานเนื่องจากติดเรียนและไม่เข้าใจกันหลายๆ อย่างทำให้ผมรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองโหยหาพี่มาร์คมากแค่ไหนกัน
พี่มันดูดกลึงริมฝีปากของผมย้ำๆ ขบเม้มเบาๆ เพื่อให้เผยอออกก่อนจะค่อยๆ สอดปลายลิ้นเข้ามาแตะเกี่ยว เรียกให้ผมยกแขนโอบกอดลำคอแกร่งนั้นไว้แล้วสอดปลายนิ้วขยุ้มผมเบาๆ เผยอปากกว้างขึ้นอีกนิด ตวัดปลายลิ้นตอบกลับเพราะอยากให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นก็คิดถึงไม่น้อยไปกว่าเขาเลย
 ลมหายใจอุ่นๆ ที่คลอรดกันเรียกให้ขนอ่อนทั้งร่างกายของผมลุกชัน แขนแกร่งโอบเอวของผมแล้วรั้งให้ตัวของเขาแนบชิดกันไปทุกสัดส่วน ผมเอียงหน้าเล็กน้อยยามที่ร่างสูงจับปลายคางแล้วปรับองศาให้เราทั้งสองคนจูบถนัดมากยิ่งขึ้น
“อ..อืม” ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ระดับความร้อนในร่างกายมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พี่มาร์คกดจูบริมฝีปากของผมซ้ำไปซ้ำมาจนเริ่มสัมผัสได้ว่ากลีบปากของตัวเองเริ่มจะบวมเจ่อ แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังต้องการ.. และผมเองก็ไม่ได้ทักท้วงหรือค้านอะไรออกไปเพราะตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
“อ๊ะ..” ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ร่างกายก็ลอยหวืดขึ้นไปในอากาศ สองแขนที่โอบรอบเอวเมื่อสักครู่จัดการอุ้มผมขึ้น เรียกให้เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากลำคอเบาๆ ถึงแม้ว่าริมฝีปากของเราทั้งสองยังไม่ได้เพิกถอนออกจากกันก็ตามที
ผมกระชับอ้อมแขนที่สวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้ในขณะที่พี่มาร์คพาไปยังเตียง ร่างสูงค่อยๆ วางผมลง ริมฝีปากถอนออกไปแล้วผมจึงใช้จังหวะนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่แล้วพี่เขาก็เคลื่อนกายทับตามลงมาแล้วประกบจูบกับผมอีกครั้ง
คราวนี้หนักหน่วงมากกว่าเดิมเสียอีก..
“อ..อือ ฮึก” ผมครางออกมาจากลำคอเบาๆ เมื่อเริ่มจะหายใจไม่ทัน แถมมือหนานั้นก็ลูบไล้ไปตามร่างกายอยู่เรื่อยๆ เรียกให้เลือดสูบฉีดจนผมรู้สึกปั่นป่วนไปหมด ขนอ่อนทั้งหลายพร้อมใจลุกพรึบ ภายในช่องท้องเหมือนมีพายุลูกใหญ่กำลังโหมกระหน่ำพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้ปลิวหายไป
ณ ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น สิ่งที่สามารถรับรู้ได้ก็คือริมฝีปากร้อนๆ และชื้นแฉะของคนด้านบนที่ถอนเลื่อนจูบประทับไปทั่วใบหน้าของผม
“หอมจัง..” ร่างสูงพึมพำออกมาเบาๆ ที่ข้างหูในขณะที่มือหนานั้นก็ได้สอดเข้ามาภายในเสื้อของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความร้อนที่แตะไล่ไปตามผิวกายเรียกให้ผมหดหน้าท้องก่อนจะหลับตาแน่นเพราะพี่มาร์คยังคงซุกไซร้อยู่ไม่เลิก
สันจมูกโด่งกดหอมไปทั่วๆ ลำคอทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้น หัวใจพลันเต้นรัวขึ้นมาเพราะผมเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าเรื่องมันเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“งือ..” ผมกำเสื้อของร่างสูงแน่นเมื่อพี่กดจูบไปทั่วๆ ไหปลาร้าจากนั้นก็แตะริมฝีปากไล่ลงไประดมฟัดอยู่แถวๆ หน้าอก ความสยิวที่เกิดขึ้นจนมวนทั้งไปหมดเรียกเสียงครางออกมาได้เป็นอย่างดี และนั่นก็ทำให้คนตรงหน้าหยุดชะงักก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามอง
เรียวลิ้นสีชมพูส่งออกมาเล็มเลียริมฝีปาก ผมแอบเห็นพี่มาร์คกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ราวกับกำลังชั่งใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ม.. มองอะไรเล่า” และด้วยความที่คิดว่าถูกจ้องนานเกินไปแล้วผมจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกไปแทน
ซึ่งมันก็ทำให้คนตัวสูงยิ้มขำๆ แต่ถึงอย่างนั้นที่ตรงสองข้างแก้มก็ขึ้นสีแดงเรื่อ
..เป็นอะไรที่ผมไม่ได้เห็นมานานแล้ว แต่มันก็ทำให้รู้สึกดีมากกว่าที่คิดเพราะไม่ได้มีแค่ผมเองที่รู้สึกเขินเวลาเราทำอะไรกันแบบนี้
“ห้ามหน่อย”
“หื้อ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อจู่ๆ ร่างสูงก็เอ่ยออกมาแบบนั้น สันจมูกโด่งกดลงมาหอมที่ข้างแก้มแบบเน้นๆ จนผมต้องหลับตาลงแน่น แต่ก็ต้องเปิดขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจอยู่ดี “อะไรครับ?”
“ถ้านายไม่ห้ามฉันจะไม่หยุดแล้วนะ..”
คำพูดนั้นทำให้สองข้างแก้มของผมร้อนผ่าวในทันที พี่มาร์คเหลือบไปมองทางอื่นในขณะที่ริมฝีปากหยักก็ยังคงอมยิ้มอยู่อย่างนั้น
บ้าไปแล้ว..
ผมจะกล้าพูดได้ยังไงกัน
“ไล่ฉันไปห้องน้ำหน่อย พรุ่งนี้นายต้องตื่นเช้านะ ..แต่ฉันอยากทำอะ”
โอ๊ยแล้ว.. ใครให้พูดออกมาแบบนั้นกันเล่า! ผมว่าหน้าของผมร้อนเกินไปแล้วครับ ตอนนี้มันต้องแดงจนดูตลกแน่ๆ เลย
“ถ้านายไม่ห้ามฉันจะทำต่อแล้วนะแบมแบม”
“พูดมากจริง..” ผมสบถออกไปเสียงแผ่วจากนั้นก็กดสายตาลงไปมองต่ำ ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายเพราะตอนนี้อายจนอยากจะมุดเตียงหนีแล้วล่ะครับ
“...”
“ผมปล่อยให้ทำถึงขนาดนี้แล้วพี่ยังไม่เข้าใจอีกหรอ?”
“...”
“อ๊ะ! พี่มาร์ค”
ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ร่างสูงจะเลิกเสื้อของผมขึ้นสูงแล้วโน้มลงมาแตะปลายลิ้นละเลงอยู่บนยอดอก ความเสียววาบที่แล่นไปทั่วร่างกายเรียกให้ผมขยำเสื้อของพี่เขาเอาไว้แน่น แต่พี่มาร์คก็ไม่ยอมหยุด
ร่างสูงทั้งขบทั้งงับก่อนจะดูดเม้มหนักๆ จนผมเผลอแอ่นแผ่นหลังขึ้นเป็นบางครั้ง แถมไม่พอมือหนานั้นยังสอดเข้ามายังกางเกงนอนแล้วขำตรงส่วนกลางลำตัวแบบเน้นๆ จนผมผวาร้องออกมาเสียงสั่น
“อย่าไปพูดแบบนี้กับใครรู้มั้ยตัวเล็ก?” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาๆ ในขณะที่ถอดเสื้อของผมออกไป
“อ๊ะ.. อื้อ” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ผมไม่มีโอกาสพูดอะไรเพราะทันทีที่เสื้อถูกโยนลงไปข้างเตียงใบหน้าคมก็กดลงมาซุกอยู่ตรงหน้าท้องอีกหน ปลายลิ้นร้อนหยอดลงแอ่งสะดือซ้ำไปซ้ำมาสร้างความจั๊กจี้เสียจนต้องเผลอเกร็งหน้าท้อง
ผมขยุ้มกลุ่มผมของพี่มาร์คเอาไว้แน่นเมื่อร่างสูงกดจูบริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อยๆ มือหนาผละออกจากแกนกายแล้วรั้งขอบกางเกงของผมลงด้วยความชำนาญ ทุกอย่างมันรวดเร็วมากจนผมตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกทีผมก็ตกอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ไม่แปลกใจแล้วว่าเมื่อก่อนพี่เขาเจ้าชู้มากขนาดไหน ไอ้เรื่องแบบนี้น่ะเก่งนักนะ
“งื้อ อย่านะ..” ผมถดสะโพกหนีเมื่อสองขาถูกจับแยกออกพร้อมกับใบหน้าคมที่โน้มเข้ามาใกล้.. กับตรงส่วนนั้น ครั้งนี้ทำผมอายจนร่างแทบจะระเบิดเพราะถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกของเราทั้งสองคน เคยเห็นกันมาก่อนหน้านั้นแล้วแต่มันก็ยังไม่ชินอยู่ดีนั่นแหละ
“ฉันยังไม่เคยทำแบบนี้ให้เลย?”
“ฮื่อ พี่มาร์คแกล้งผม..” ผมเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อส่งมือไปปิดตรงระหว่างขาเอาไว้แล้วถูกร่างสูงจับออกแถมยังเงยขึ้นมายกยิ้มให้อีกต่างหาก
“ไม่ได้แกล้งซักหน่อย” ไม่ว่าเปล่ามือหนายังจับเนื้อร้อนของผมตั้งขึ้นแล้วทำการสาวรูดเป็นจังหวะเนิบนาบ “ฉันกำลังจะทำให้นายมีความสุขนะ”
“อ๊ะ.. ฮื่อ” ความเสียวที่ได้รับนั้นทำให้ผมเหยใบหน้าออก จิกปลายเท้าลงไปกับเตียงนุ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตา ไม่อยากมองหรอกว่าอีกฝ่ายทำอะไรให้ เพียงแค่สัมผัสได้ถึงลมร้อนที่ผ่อนออกมาแตะตรงต้นขาด้านในผมก็รู้แล้วว่าใบหน้าของพี่เขาใกล้กับตรงนั้นมากแค่ไหนกัน..
ผมอายนะ
พี่มาร์คยังคงเร้ารูดส่วนนั้นของผมไปเรื่อยๆ มีบางครั้งที่อีกฝ่ายย้ำน้ำหนักกดคลึงลงมาตรงส่วนหัว นั่นทำให้ผมต้องซี้ดปากอย่างห้ามไม่ได้ สะโพกเผลอถดหนียามที่ความเสียวมีมากจนเกินไปแต่ก็หลบไม่พ้นเพราะสุดท้ายก็โดนลำแขนแกร่งล็อกเอาไว้
“พ..อื้อ พี่มาร์ค” ก่อนที่ผมจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะ..
ผมเบิกตากว้างขึ้น รีบเงยหน้ากลับมามองก่อนจะต้องกัดฟันแน่นเมื่ออีกฝ่ายดูดเม้มตรงส่วนปลายแบบเน้นๆ จนผมพูดอะไรไม่ออก ไม่สามารถเค้นน้ำเสียงใดๆ ออกไปได้เมื่อริมฝีปากของพี่มาร์คทำหน้าที่ได้ดีกว่าตอนที่ใช้มือปรนเปรอผมซะอีก
“มะ.. อื้อ พี่ครับ”
“หืม?” เขาผละออกไปเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ทำให้ผมต้องรีบห้าม
“อย่ามันสกปร..อ๊ะ” แต่พูดยังไม่ทันจบพี่มาร์คก็ใช้ริมฝีปากครอบครองตรงนั้นเอาไว้อีกครั้ง ร่างสูงผงกหัวขึ้นลงอย่างคล่องแคล่วจนผมเผลออ้าปากค้างเอาไว้เพราะความเสียว เสียงครางผ่อนออกมาจากลำคอเป็นระยะในตอนที่ไม่สามารถทนได้ ปลายลิ้นสากที่ลากไล้ไปทั่วๆ สลับกับการดูดเม้มเป็นระยะนั้นทำให้ผมแทบบ้า
มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน และในที่สุดความอายก็เริ่มจางหายไปทีละเล็กทีละน้อย
ผมขยุ้มกลุ่มผมหนานั้นลงไปแรงๆ เมื่อพี่มาร์คเพิ่มจังหวะในการใช้ปากให้เร็วขึ้นอีก คราวนี้เล่นเอาจนร้องไม่เป็นภาษากันเลยทีเดียว สะโพกของผมพยายามถดหนีเมื่อพี่เขาทั้งพูดทั้งเม้มจนผมสะท้านไปทั้งร่างกาย ไม่นานความเสียวแล่นไปกองรวมกันอยู่ตรงนั้นจนผมต้องรีบผลักแก้มของอีกฝ่ายออกไป
“พ.. อื้อพอ..ฮึก” ผมพยายามเค้นเสียงห้าม แต่ยิ่งพูดพี่มาร์คก็ยิ่งเพิ่มจังหวะรัวเร็ว มือหนาลูบไปตามต้นขาก่อนจะเลื่อนลงมากำตรงส่วนโคนเอาไว้แล้วห่อริมฝีปากดูดกลึงตรงส่วนปลายของเอ็นร้อนแรงๆ
“อ๊า.. พี่ครับ พ.. พอนะ”
“อืม..”
ผมพยายามดันใบหน้าคมออกไปอย่างสุดความสามารถเพราะเริ่มจะกลั้นไม่ไหว ปลายเท้าจมลงไปกับเตียงเนื่องจากพยายามถดสะโพกหนีแต่ก็สู้แรงที่รั้งเอาไว้ไม่ได้ เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามขมับในขณะที่หัวสมองเริ่มจะพล่าเบลอแต่เขาก็ไม่ผ่อนจังหวะลงเลยซักนิด
“อ๊ะ.. อ๊า ผม.. งื้อ” มันเสียวจนนึกคำพูดไม่ออก..
ผมหลับตาลงแน่นก่อนจะขยุ้มผมหนานั้นอย่างลืมตัวเมื่อร่างกายพุ่งทะยานขึ้นไปยังจุดสูงสุด ก่อนที่ความโล่งจะค่อยๆ แทรกเข้ามาเมื่อผมปล่อยน้ำสีขุ่นเข้าไปยังโพรงปากร้อน
คนตัวสูงกลืนมันลงไปแบบไม่รังเกียจก่อนจะส่งปลายลิ้นออกมาเลียที่มุมปากของตัวเอง ทำให้ผมต้องเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อความร้อนมันแทรกเข้ามากองอยู่ตรงสองข้างแก้มอีกครั้ง
“นิสัยไม่ดี แกล้ง..”
“แกล้งอะไร ใครๆ เขาก็ทำให้แฟนกันทั้งนั้น” พี่มาร์คยกยิ้มในขณะที่ปลดอาภรณ์ของตัวเองออก ร่างกายกำยำที่เผยอยู่ตรงหน้าเรียกให้ผมกดสายตาลงต่ำอีกหนเพราะไม่กล้ามอง ก่อนที่ปลายคางจะถูกเชยขึ้นพร้อมกับริมฝีปากร้อนที่โน้มลงมาแตะตรงหน้าผาก
“มันสกปรกนะ พี่.. กลืนลงไปทำไม” พอใกล้กันแบบนี้ผมก็อดที่จะถามไม่ได้ ประโยคหลังรู้สึกได้ว่าเสียงของตัวเองเบาหวิวเสียจนหน้าใจหาย พร้อมกันนั้นสองข้างแก้มของผมก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว
ฮื่อ มันแย่ที่สุด
“สกปรกตรงไหนมันหวานออก”
“ฮื่อ ไม่ต้องพูดเลย”
พี่มาร์คหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกดจมูกหอมไปทั่วๆ ข้างแก้ม ร่างสูงจับขาทั้งสองข้างของผมแยกออกแล้วโถมกายลงมาทับเอาไว้ เรียกให้ผมเลื่อนแขนโอบกอดกายแกร่งของคนที่อยู่ด้านบนก่อนจะหลับตาลงแน่นเมื่อสัมผัสได้ว่าส่วนปลายที่แข็งขืนถูกส่งมาแตะๆ ดันๆ อยู่ตรงช่องทางหลัง
“ฉันรักนายนะ”
“ฮื่อ.. ผมก็รักพี่”
“อ..อื้อ..” ปลายเท้าจิกลงกับเตียงนอนในทันทีที่ความใหญ่โตค่อยๆ กดแทรกเข้ามาในร่างกาย ผมผวากอดร่างสูงเอาไว้แน่นเพราะในช่วงแรกมันรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ จนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อผ่อนคลายตัวเอง
“ซี๊ด..” แอบได้ยินเสียงพี่มาร์คครางออกมาที่ตรงข้างหูในขณะที่เขาพยายามดันเนื้อร้อนเข้ามาจนสุด ความคับแน่นทำให้ผมรับรู้ได้ว่าช่องทางนั้นกระตุกตอดพี่เขาไม่ยอมหยุด มันฟังดูน่าอายแต่ผมก็ห้ามตัวเองไม่ได้เลยซักนิด
“พ..พี่มาร์ค” ผมร้องเรียกอีกฝ่ายก่อนจะหลับตาลงแน่นเมื่อพี่เขาแช่กายเอาไว้ซักพักก็เริ่มขยับแบบไม่บอกไม่กล่าว ริมฝีปากหยักส่งมาระดมจูบทั่วๆ ใบหน้าของผมในขณะที่มือหนาก็สอดเข้ามาใต้ข้อพับขาแล้วจับให้แยกออกกว้างขึ้นกว่าเดิม
เอวหนาเพิ่มจังหวะในการขยับเขยื้อนให้ไวขึ้นเมื่อทุกอย่างลงตัวและลื่นไหล มืออีกข้างลูบไล้ไปตามเรียวขาของผมก่อนจะหยุดอยู่ที่สะโพกกลมกลึงแล้วออกแรงขยำเบาๆ เพื่อระบายอารมณ์รัก
“อ..อือ พ.. อ๊ะ พี่มาร์ค” ผมปรือตาขึ้นมองเมื่อร่างสูงหยัดกายขึ้นไปเหยียดหลังตรง แขนเรียวผละออกจากการกอดกายแกร่งเลื่อนลงมาขยำผ้าปูที่นอนแทนเมื่อพี่เขากดเข่าเข้ามาชิดตัวแล้วยันแขนเอาไว้อย่างนั้น
เอวแกร่งกดกระแทกเข้ามาลึกๆ จนผมผวาครางออกมาเสียงหลงเมื่อส่วนปลายมันสะกิดเข้าตรงจุดกระสันแบบเต็มๆ ความเร่าร้อนเรียกให้เหงื่อกาฬไหลซึมออกมามากขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับความเสียวซ่านที่แล่นไปจนทั่วร่างกาย
“อะ อ๊ะ.. อ๊า พ.. อือ พี่.. อึก”  ร่างของผมสั่นคลอนไปตามแรงขยับเมื่อพี่เขาเพิ่มจังหวะให้มากขึ้นอีก คราวนี้ได้ยินเสียงเนื้อของเขากระทบกันเป็นจังหวะพั่บๆ ปะปนไปกับเสียงสูดปากด้วยความเสียว
ร่างสูงก้มลงมามองก่อนจะกระตุกยิ้มให้ กวาดสายตาไปทั่วๆ ร่างกายจนแก้มของผมร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหน สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายเอียงหน้าหลับตาลงแน่นเพราะทนสายตาแทะโลมนั้นไม่ไหว พี่มันทำให้ผมรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะหลอมละลายลงไปกับเตียง
“แบมอ่า.. ซี๊ดด” สะโพกของผมถูกยกลอยขึ้นก่อนที่พี่มันจะซอยเอวเข้ามาเป็นจังหวะถี่ ความรัวเร็วนั้นทำให้ผมเค้นคำพูดใดๆ ไม่ออกอีกต่อไป ยิ่งเวลาที่มือหนาส่งมาเร้ารูดตรงส่วนกลางไปพร้อมๆ กับการขยับนั้นยิ่งทำให้ผมแทบคลั่งเสียให้ได้
“อ๊า.. พี่ อ..อ๊า เสียว งื้อ” ผมครางสะบัด คิดคำพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าเสียวซ่าน มือจิกผ้าปูที่นอน ดึงทึ้งจนมันยับยู่ยี่เพียงเพราะอีกฝ่ายใช้หัวแม่มือบดคลึงไปตามรอยแยกตรงส่วนหัว
ริมฝีปากของผมอ้าค้างไว้เมื่อเริ่มจะหายใจไม่ทัน พี่มาร์คขยับกายรัวเร็วและเขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน ห้องสี่เหลี่ยมจึงเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและเสียงครางที่ดังคลอไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
เราทั้งสองคนต้องตากันอยู่ซักพักก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายเอียงหน้าหลบอีกครั้ง ผมหลับตาลงแน่นเมื่อจังหวะในการขยับมีมากขึ้นเรื่อยๆ และมันก็ได้พัดพาความเสียวซ่านเข้ามาราวกับพายุทอร์นาโดลูกใหญ่
แผ่นหลังของผมแอ่นขึ้นเมื่อรู้สึกหวิวในช่องท้องมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนใจว่าหัวจะตกลงมาจากหมอนใบใหญ่หรือว่าผ้าปูที่นอนนั้นจะหลุดลุ่ยแค่ไหนเพราะตอนนี้ผมรับรู้ได้แค่ความวูบไหวที่เริ่มไหลไปกองกันอยู่ที่ตรงส่วนกลางของร่างกายเท่านั้น
“ผม.. งื้อ พี่มาร์ค มัน..” ผมครางออกมาเสียงสั่น แต่เพียงแค่นั้นคนตัวสูงก็เร่งจังหวะทุกอย่างให้เร็วขึ้นเหมือนเขารู้ว่าผมกำลังต้องการอะไรแบบไหน
“ซี๊ดด เสร็จ..อ่า เสร็จพร้อมกันตัวเล็ก” เสียงทุ้มเค้นออกมาอย่างยากลำบากไม่ต่างกัน ผมสังเกตเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแดงก่ำไปหมด ร่างสูงสูดปากก่อนจะเผลอสบถออกมาด้วยความเสียวซ่านในขณะที่เอวหนานั้นก็กดกระแทกแกนเนื้อเข้ามาย้ำๆ
“ผม..อ๊า พี่มาร์ค ผม..อื้อ!
ในที่สุดความอึดอัดก็ถูกปลดปล่อยออกมาเปรอะรดใส่มือหนา ร่างกายของผมเกร็งไปหมดทุกส่วนไม่เว้นแม้แต่ช่องทางรักที่บีบรัดกายอีกคนเอาไว้แน่น
“อ่า..เชี่ย ตัวเล็ก ซี๊ด” พี่มาร์คกัดฟันแน่นก่อนจะดันตัวเองเข้ามาจนสุด เขาสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะสูดปากเมื่อความอุ่นนั้นก็ถูกปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายของผมเช่นกัน
สองขาของผมถูกปล่อยวางลงกับเตียงนิ่มพร้อมๆ กับร่างสูงที่ทรุดลงมาทับเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นแขนแกร่งก็ยังคงยันตัวเองไม่ทิ้งน้ำหนักลงมาจนหมด
เราสองคนต่างก็นอนหอบกันทั้งคู่ ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่ผมจะต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อสันจมูกโด่งกดลงมาหอมตั้งแต่หน้าผาก ปลายจมูก แล้วก็สองข้างแก้มจากนั้นก็กดค้างเอาไว้ที่เดิม
“นอนดึกเลย ขอโทษนะ” เขาพูดออกมาแบบขำๆ ก่อนจะถอนตัวเองออกไป พี่มันทิ้งตัวลงนอนหงายอยู่ข้างๆ แต่ก็ยังไม่ลืมสอดแขนเข้ามาที่ใต้ท้ายทอยเพื่อให้ผมได้นอนหนุน พอเห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพลิกตัวหันไปกอดเอาไว้
“ขอโทษอะไรเล่า..”
พี่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย เรื่องนี้มัน..
ก็ปกติของแฟนกันไม่ใช่หรอไง
โอ๊ย ผมพูดบ้าอะไรออกไปนะ.. ไม่สิ ไม่ๆ
“ก็ขอโทษที่นายนอนดึกไง แต่ขอบคุณนะที่ให้รัก
“พูดมากจริงเลย” ผมคิดคำอะไรไม่ออกก็ได้แต่บ่นออกไปแบบนี้เท่านั้นล่ะครับ ร่างกายมันจะระเบิดเอาเพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ที่เราทั้งสองคนเพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ ยังไงผมก็ไม่ชินซักที เพราะฉะนั้นทำเสร็จแล้วก็อย่าหยิบยกขึ้นมาพูดอีก ภูมิต้านทานของผมมีไม่พอ
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเยอะเลยนะตัวเล็ก เมื่อกี๊ก็ครางอย่างเดียว”
“พี่นี่มัน!” น่ะ พูดยังไม่ทันขาดคำพี่เขาก็แกล้งผมอีกแล้ว อดไม่ได้ที่จะส่งมือไปฟาดตรงหน้าอกแรงๆ ก่อนจะพลิกตัวหันหลังหนีเพราะไม่อยากเห็นว่าอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาสนุกสนานแค่ไหน
แล้วก็ไม่อยากให้เห็นด้วยความตอนนี้แก้มของผมกลายเป็นสีแดงอีกหนนึงแล้ว..
“โอ๋งอนหรอ? พูดเล่นเองนะ” เสียงทุ้มยังคงตามมารังควานพร้อมกับแขนแกร่งที่สอดเข้ามากอดจากทางด้านหลัง
แต่นั้นแบบนั้นผมก็เลือกที่จะหลับตาลงแน่นแล้วไม่ตอบอะไรกลับไปทั้งสิ้นเพราะกลัวจะโดนแกล้งอีก
“ตัวเล็กอ่า ห้ามงอนฉันนะ” พี่มันยังคงตื้อ จมูกโด่งกดลงมาหอมแก้มของผมย้ำๆ จนในที่สุดก็หลุดหัวเราะออกมาเพราะเขาไม่ยอมหยุดซักที
“พอแล้วน่า.. ไหนบอกว่าไม่อยากให้ผมนอนดึกไง” ผมหันไปแขวะก่อนจะบีบปลายจมูกของพี่มันเล่นเบาๆ
“ก็จะให้นอนแล้วถ้านายไม่โกรธกันนะ”
“ไม่โกรธอะไรทั้งนั้นล่ะ แต่ถ้าพี่แซวเรื่องเกี่ยวกับเมื่อกี๊อีกผมจะไม่คุยด้วยนะ ผมอาย..”
“โอเคครับ โอเค” พี่มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นก็กระชับกอดผมให้แน่นขึ้น

ถึงแม้ว่าพี่มันจะขี้แกล้งก็เถอะ แต่ถ้าเรื่องไหนที่ผมซีเรียสจริงๆ พี่มาร์คก็จะยอมอ่อนให้เสมอ รู้สึกโชคดีที่มีแฟนว่าง่ายก็ตอนนี้นี่แหละครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเราต้องเถียงกันทั้งคืนและจบด้วยการทะเลาะกันแน่ๆ


กลับไปอ่านต่อ http://my.dek-d.com/killerz_nz/writer/viewlongc.php?id=1104856&chapter=43


วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

7g university - 7.5



7G UNIVERSITY
7.5
“กูหวง”

By Jackson



เรียวปากบางถูกผมงับจูบย้ำๆ ก่อนจะรอจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอไผลจึงค่อยๆ สอดปลายลิ้นเข้าไปยังโพรงปากร้อน มันดุนขัดขืนให้ผมถอยออกไปอยู่เป็นพักๆ แต่สุดท้ายก็ทนความดื้อของผมไม่ไหวจึงแตะตวัดตอบอย่างเนิบนาบกลับมาแทนในภายหลัง  จังหวะที่แสนจะก้ำกึ่งทำให้ผมนึกอยากจะแกล้ง มันคงกลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นเลยไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไรซักเท่าไหร่นัก
ยิ่งทำให้ผมได้ใจใหญ่..
อ..อื้อ
สัมผัสได้ว่ามือบางกำเสื้อที่ตรงหัวไหล่เอาไว้แน่นเมื่อผมบดเรียวปากเข้าหาอีกฝ่ายหนักขึ้นมากกว่าเดิม ลมหายใจของเราทั้งสองคนที่คลอรดกันเริ่มจะหอบถี่ตามความต้องการที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
พูดตรงๆ ผมก็ไม่อยากจะหยุด.. เพราะเราเองก็ไม่ได้เจอกันมานานมากและอย่างที่รู้กันดีก็คือเมื่อไฟถูกจุดติดแล้วมันก็ยากที่จะดับลง มือของผมเลื่อนลงไปวางทาบตรงกลางลำตัวของมันโดยอัตโนมัติ ทำเอาคนตรงหน้าครางท้วงออกมาเสียงดังก่อนจะรีบคว้าข้อแขนของผมเอาไว้แล้วบีบแรงๆ เพื่อบอกให้ปล่อย
แต่ถึงแบบนั้นผมก็สัมผัสได้ว่ามันเริ่มจะแข็งขืนขึ้นมาแล้ว
อยู่ห่างกันโคตรไกลมันคงไม่ได้ไปปลดปล่อยกับใครหรอกใช่มั้ยครับ ไม่แปลกหรอกที่อารมณ์จะติดง่ายกว่าปกติ
อย่า.. กายบางหอบหายใจแรงในขณะที่เอ่ยค้านออกมาเสียงแผ่ว ฝ่ามือร้อนบีบลงมายังข้อแขนทุกครั้งในตอนที่ผมจงใจขยำมือลงไปเพื่อแกล้งปลุกปั่นไม่เลิก
“ถ้าทำก็แป๊บเดียวเองนะ..
ม..อื้อ ไม่เอา
มึงตื่นละเนี่ย ผมโน้มเข้าไปกระซิบก่อนจะกดจมูกลงไปบนพวงแก้มนิ่ม สูดเอาความหอมเข้าปอดอย่างไม่รู้จักพอ มือเองก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ แม้ว่าอีกฝ่ายบิดดิ้นแค่ไหนก็หนีผมไม่พ้น
ม..งื้อ อย่านะ งานจะเริ่มแล้ว..
ไม่ไปแล้ว
ไม่เอาา.. กลับบ้านค่อยทำ อ๊ะ.. นะ” ใบหน้าเนียนกดลงบนไหล่ของผมก่อนจะเอ่ยห้ามเสียงเบา ว่าแต่มาทำเสียงยั่วแบบนี้แล้วผมจะทนได้มั้ยล่ะครับ?
รอไม่ไหวแล้ว”
กูโกรธนะ!” มันเม้มริมฝีปากแน่นจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามอง
กูคิดถึงมึงนี่..
คิดถึงเหมือนกัน แต่กลับบ้านค่อยทำ.. กูไม่ชอบตรงนี้
ผมหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่ามันก้มหน้าตอบเสียงอู้อี้ สองข้างแก้มแดงซ่านด้วยความอายตามนิสัยที่ไม่ค่อยชอบพูดถึงเรื่องอย่างว่าเท่าไหร่นัก เอาตรงๆ.. ขนาดมีอะไรกันมาตั้งหลายครั้งแล้วมันยังอายผมอยู่เลยครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ เพราะมันแสดงให้เห็นว่ารักของเราไม่เคยเก่าเลย และด้วยเหตุผลของมันก็ทำให้ผมยอมผละมือออกมา แต่ก็ยังไม่วายโน้มเข้าไปกระซิบแล้วฉวยโอกาสหอมแก้มอีกรอบด้วยความหมั่นเขี้ยว
ต้องรออีกตั้งนาน
แค่นี้รอไม่ได้หรอไง?” มันเงยขึ้นมามองแบบงอนๆ จากนั้นก็ดันหน้าอกของผมให้ออกห่าง
ก็พูดไปงั้น ผมยักไหล่ก่อนจะโอบเอวของมันเอาไว้แล้วพาเดินออกมาจากห้องน้ำ ความจริงทำที่บ้านก็ดีเหมือนกัน นอนทำมันง่ายกว่ายืนอยู่แล้ว
ไอ้เชี่ย!
ผมพูดเพียงแค่นั้นก็เลือกที่จะเดินหนีออกมาจากห้องน้ำ ได้แต่นึกขำขันเพราะมีแต่เสียงก่นด่าดังมาจากทางด้านหลังอยู่เป็นระยะๆ XD


♦♦♦

By youngjae

พูดกันตรงๆ คือผมไม่ได้ให้ความสนใจกับงานแสดงตรงหน้าซักเท่าไหร่นัก..
เพราะความปวดหนึบที่อยู่ตรงกลางหว่างขามันไม่ยอมหายไปซักที
น่าอายชิบ..
จริงๆ ครับ เรื่องนี้มันเป็นอะไรที่น่าอายสำหรับผม.. แต่ไอ้ร่างกายนี้ก็ดันทรยศซะอย่างนั้น ผมได้แต่นั่งหนีบขาและสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อให้ความอึดอัดที่มีอยู่มันจางหายไปได้บ้าง แต่ทำเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมลดลงแถมยังดูเหมือนว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีกต่างหาก
จะบ้าตาย..
ถ้าลุกไปเข้าห้องน้ำตอนนี้จะมีใครด่ามั้ย.. แน่นอนว่าไอ้พี่แจ็คสันมันต้องขอตามไปแน่ๆ เลย คงเพราะความเป็นห่วงนั่นแหละ จะปล่อยให้ผมไปคนเดียวได้ยังไงล่ะ แต่ถ้าเมื่อไหร่ความจริงถูกเปิดเผยออกไปแน่นอนว่ามันก็คงไม่ปล่อยให้ผมรอดไปไหนแน่ๆ
T_T
“หนาวอ่อ?”
ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ไอ้คนข้างๆ ก็โน้มเข้ามากระซิบถาม คงเป็นเพราะผมเปลี่ยนมานั่งสั่นขาแล้วก็บีบนวดมือของตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อคลายความสนใจแน่ๆ พี่มันเลยจับได้ แล้วนี่ผมควรจะตอบกลับไปว่ายังไงดีล่ะ.. ผมไม่ได้หนาวซักหน่อยถึงแม้ว่าแอร์ในห้องนี่มันจะเย็นมากก็เถอะ เพราะอารมณ์ที่ยังร้อนรุ่มอยู่ในใจเนี่ยแหละที่เป็นปัญหา
โถ่เว้ย..
หายไปซักที..
“หือ?”
“เอาไปคลุมไว้ก็ได้ เดี๋ยวไม่สบาย”
ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรจู่ๆ เสื้อสูทตัวใหญ่ที่อีกฝ่ายใส่มางานก็ถูกถอดออกแล้วส่งมาคลุมเอาไว้บนตักให้อย่างไม่บอกไม่กล่าว ทำให้ผมต้องจับออกแล้วนำไปคืนให้อีกคนในทันที
“กูไม่ได้หนาวซักหน่อย” ผมโน้มหน้าไปกระซิบบอก จากนั้นก็เลื่อนแขนกอดอกเอาไว้พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ที่ต้องพูดเบาไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ.. ตอนนี้มันดันเป็นฉากที่ดนตรีทั้งหมดเงียบลงพอดีผมจึงไม่กล้าเสียงดัง
เคยไปดูงานแสดงมั้ยครับ? พอถึงฉากไคล์แม็กซ์พวกดนตรีต่างๆ จะพากันหยุดลงโดยอัตโนมัติ พร้อมกับลมหายใจของคนดูที่พร้อมใจกันหยุดชะงักด้วยความลุ้น นั่นทำให้รอบๆ ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบจนทำให้ไม่กล้าขยับตัว
“แล้วมึงจะนั่งสั่นทำไม?” มันกระซิบถามต่อก่อนจะยัดเยียดเสื้อคลุมตัวเดิมลงมาบนตักของผม เรียกให้ผมหยิบออกไปวางบนตักของมันอีกครั้งจากนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
“กูไม่ได้หนาวน่า.. มึงใส่เอาไว้เหอะเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”
“กูกลัวมึงไม่สบายมากกว่า”
“กูไม่เป็นไร” ผมค้าน
“ดื้อ”
“ไม่ได้ดื้อ แต่ไม่ได้หนาวจริงๆ”
“แต่มึงนั่งสั่น เอาไปใส่ซะ กูร้อน” พี่มันเถียงอย่างไม่ยอมจากนั้นก็วางเสื้อตัวเดิมลงมาพร้อมกับกดมือเอาไว้ไม่ยอมให้ผมดึงคืนอีกต่างหาก
ว่าแต่มือของมึงทำไมต้องใกล้ตรงนั้นมากขนาดนี้..
ความร้อนรนทำให้ผมรีบจับข้อแขนของพี่มันเอาไว้แน่น เนื่องจากกลัวความลับที่ปิดไว้จะแตกเดี๋ยวจะโดนอีกฝ่ายแซวเอาได้จึงทำให้มือมันขยับไปเอง ซึ่งถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมก็จะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด.. เพราะเนื่องจากมันจะทำให้อีกฝ่ายยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มแล้วยังทำให้พี่มันขืนข้อมือไว้แล้วขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมอีกต่างหาก!
“อย่า..” ผมกัดฟันแน่นจากนั้นก็รีบหุบขาเข้าหากัน ตอนนี้ไอ้พี่แจ็คสันมันต้องรู้แล้วแน่ๆ ว่าอาการที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันคืออะไรกัน รอยยิ้มสนุกสนานที่มุมปากของมันนั้นยังเห็นได้ชัดภายในความมืดมิด และนั่นก็ทำให้ผมยิ่งร้อนรนมากขึ้นไปอีก
“กูช่วยดีกว่า..”
“อ..ไม่เอา” ผมกลืนน้ำลายลงคอเมื่อจู่ๆ พี่มันก็ส่งมือมาทาบเอาไว้ตรงส่วนกลางลำตัว ฝ่ามือร้อนบีบๆ คลำๆ เสียจนผมรู้สึกเสียววาบไปทั่วช่องท้อง พยายามถดสะโพกหนีจนชิดติดกับเก้าอี้ด้านหลังแต่ก็ไม่สามารถหลบหนีมือแสนซุกซนของมันได้เลยซักนิด
ผมเริ่มเหลียวซ้ายแลขวาเพราะกลัวว่าจะมีคนมองเห็นเรา แม้ว่าที่นั่งวีไอพีจะถูกจัดเอาไว้เป็นคู่ๆ และอยู่ห่างกับคนอื่นก็ตามแต่ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี โชคยังคงเข้าข้างเพราะพวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับละครเวทีตรงหน้าจึงทำให้ตอนนี้ยังไม่ถูกจับได้ ..นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีถ้าไม่ติดว่าพี่มันจะใช้ช่วงจังหวะที่ผมเผลอสอดมือเข้ามาใต้เสื้อสูทที่คลุมเอาไว้บนตัก
“อย่า!” ผมกระซิบเสียงแหบจากนั้นก็กลืนน้ำลายลงคอ มือหนาขยำส่วนนั้นลงมาหนักๆ นวดคลึงแบบเน้นๆ จนผมเผลอกลั้นหายใจ ยอมรับว่าสัมผัสที่รู้สึกนั้นทำให้ผมผ่อนคลายลงได้บ้าง จากอาการปวดหนึบที่คั่งค้างอยู่นาน ร่างกายเองก็ต้องการปลดปล่อย แต่ไม่ใช่ท่ามกลางผู้คนที่มากมายแบบนี้สิ! T_T
“มึงยิ่งดิ้นก็จะยิ่งเป็นจุดสนใจนะ ให้กูช่วยดีกว่า” มันโน้มเข้ามากระซิบที่ข้างหูจากนั้นก็ฉวยโอกาสขโมยหอมแก้มของผม คำพูดนั้นทำให้ผมรู้ว่ายังไงพี่มันก็ไม่ยอมปล่อยให้รอดไปได้ง่ายๆ แน่ๆ อีกทั้งฝ่ามือหนายังปลดตะขอกางเกงออกได้อย่างชำนิชำนาญทั้งๆ ที่มองไม่เห็นอีกต่างหาก
รู้ตัวอีกทีความอุ่นก็สอดแทรกเข้ามาภายใน พี่มันทั้งขยำทั้งปลุกเร้าจนร่างกายผมอ่อนไปหมด เรี่ยวแรงขัดขืนนี่ไม่ต้องพูดถึง สุดท้ายผมก็ทำได้แค่เอนหลังลงกับพนักพิงแล้วยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้เท่านั้น
“อ..อึก” ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อพี่มันได้ใจสอดมือเข้ามาใต้ชั้นในแล้วดึงแกนกายของผมออกมานอกเนื้อผ้า ต้องขอบคุณเสื้อสูทที่ปกคลุมอยู่บนตักและความมืดมิดของโรงละครทำให้บริเวณด้านล่างไม่แทบจะมองไม่เห็น
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเขินอยู่ดี
น่าอายชิบ!!! น่าอาย ในหัวมีแต่คำว่าน่าอายลอยอยู่เต็มไปหมด
“เด็กดี”
“อ...อือ อย่าแกล้ง” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อคนข้างๆ โน้มเข้ามากระซิบอีกครั้งจากนั้นก็สอดปลายลิ้นเข้ามาปลุกเร้าที่ตรงข้างหู ความจั๊กจี้เรียกให้ผมหดคอหนี แต่แล้วก็ต้องปิดปากของตัวเองไว้แน่น ไม่ทันจะได้ด่าอะไรออกไปเพราะพี่มันบดคลึงนิ้วโป้งลงมายังส่วนปลายแบบเน้นๆ ทำเอาสะโพกของผมแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้
“..อะ”
“อยากฟังเสียงมึงครางจัง..”
ดูมันยังแกล้งกระซิบเย้าผมไม่เลิก ไม่ว่าจะพยายามดันหน้าให้ออกห่างไปแค่ไหนแต่ไอ้พี่แจ็คสันก็ยังโน้มเข้ามาหาอยู่ดี การขยับด้านล่างที่เริ่มจะเร็วขึ้นก็ทำให้ผมเค้นคำพูดอะไรออกไปไม่ได้ กลัวว่าเสียงที่พยายามกลั้นไว้มันจะหลุดออกไปเสียก่อน คงไม่ดีแน่ถ้าใครมาเห็นเราสองคนทำแบบนี้
โอย..
สรุปว่าดีหรือไม่ดีที่ปล่อยให้พี่มันทำตามใจ..
ความเสียววูบวาบจากการปรนเปรอทำเอาลมหายใจหอบแรง ผมกดศีรษะพิงกับพนักแล้วหลับตาลงเมื่อพี่มันเริ่มจะขยับมือไวขึ้น ริมฝีปากอ้าออกเพื่อควานหาอาการในคอนที่เริ่มจะหายใจไม่ทัน ปลายจมูกโด่งที่ส่งมากดหอมย้ำๆ แถวตรงสองข้างแก้มเรียกความร้อนผ่าวให้มากองรวมกันได้เป็นอย่างดี
“อ..อ๊ะ” และแล้วเสียงครางก็ถูกปล่อยหลุดออกมาเมื่อมันเกิดความสามารถที่ผมจะกลั้นไหว ถึงแม้จะไม่ดังมากจนคนอื่นได้ยินเพราะมีเสียงดนตรีประกอบฉากกลบเอาไว้ด้วยแต่ก็ทำให้ผมต้องเหลียวหันไปมองรอบๆ กายอยู่ดี
ทุกคนยังคงสนใจอยู่กับสิ่งตรงหน้า นั่นทำให้ผมก้มลงไปมองตรงหว่างขาของตัวเองก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เลื่อนมือลงไปกำเสื้อสูทเอาไว้แน่นเพราะการขยับที่ถี่รัวทำให้ผมกลัวว่ามันจะค่อยๆ ร่นตกลงไป
“อย่าเกร็งดิ ปล่อยออกมา”
“อ..อือ พูดมาก” ผมหันไปแขวะอีกคนจากนั้นกัดริมฝีปากเอาไว้แน่น ปลายเท้าทั้งสองข้างจิกลงไปบนพื้นเมื่อความเสียวกระสันที่มีมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพี่มันก็หัวเราะชอบใจใหญ่ที่เห็นผมตกอยู่ในความทรมาน
มือหนาบดคลึงไปตามรอยแยกตรงส่วนหัวแบบเน้นๆ ก่อนจะเพิ่มจังหวะในการขยับเร้าให้เร็วขึ้นอีกนิด การชักนำที่เผ็ดร้อนเรียกเหงื่อเม็ดโตให้ซึมออกมาจากข้างขมับของผมได้เป็นอย่างดี หากแต่ผมก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้หัวสมองจินตนาการไปถึงฝั่งฝันที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า
ผมเลื่อนมือไปวางทาบหลังมือของอีกคนเอาไว้จากนั้นก็ทำการบังคับให้อีกฝ่ายขยับเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน อายก็อายแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าความต้องการปลดปล่อยนั้นมีมากกว่าหลายเท่าจึงต้องกลั้นใจฝืนทำต่อไป
การกระทำตรงหน้าเรียกรอยยิ้มให้หลุดออกมาจากปากของพี่มันได้เป็นอย่างดี ชอบนักนะไอ้เรื่องลามกเนี่ย บ้าจริง!
“งื้อ..ซี๊ด” มันเลื่อนมืออีกข้างมารั้งท้ายทอยของผมให้โน้มลงไปซบที่ตรงหัวไหล่ เมื่อความเสียวที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมกลั้นเสียงเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป มือหนายังคงประคองแกนกายของผมและเร้ารูดให้แบบถี่รัวจนขนอ่อนตามร่างกายพร้อมใจกันลุกชันขึ้นมาแบบไม่ได้นัดหมาย
“ใกล้ยัง?”
“อ..อือ อึก” ผมหลับตาลงแน่น กดใบหน้าลงซบกับหัวไหล่แกร่งก่อนจะพยักหน้ารัวเร็ว ความเสียววูบวาบที่แล่นมากระจุกกันตรงส่วนปลายทำให้ผมเผลอถดสะโพกหนี หากแต่ฝ่ามือหนาก็ยังคงตามมาหยอกเย้าไม่ยอมเลิกจนในที่สุดความชื้นแฉะก็ซึมออกมานอกเสื้อสูทที่คลุมอยู่พร้อมกับความโล่งที่เข้ามาแทนที่ในช่องท้อง
“อ๊ะ..แฮ่ก”
ผมได้ยินเสียงหัวเราะหึหึดังออกมาจากลำคอของอีกฝ่ายก่อนที่สัมผัสอุ่นๆ จะถูกส่งมาตรงกลางศีรษะ พี่มันพรบจูบไปทั่วบริเวณจากนั้นก็เลื่อนลงมาข้างแก้มเมื่อผมถอยกลับมาอยู่ที่เดิมแล้วรีบล้วงมือเข้าไปใส่กางเกงให้เรียบร้อยหลังจากได้รับการปลดปล่อย
“ดีขึ้นยัง”
“ยุ่ง” ผมตอบกลับไปแบบเคืองๆ จากนั้นก็เม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น ขอบคุณความมืดของโรงละครทำให้ไม่มีใครเห็นได้ว่าสองข้างแก้มของผมกำลังแดงซ่านถ้าไม่งั้นคงจะน่าอายกว่านี้แน่ๆ
“เดี๋ยวเหอะ กลับบ้านเจอแน่..เพราะมึงทำให้กูตื่น” พี่มันโน้มเข้ามากระซิบจากนั้นก็ถอยกลับไปนั่งหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียว เรียกให้ผมส่งมือไปผลักไหล่แรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ จะโวยวายออกไปก็ไม่ได้เพราะรู้กันดีว่าการคุยกันในนี้เป็นเรื่องที่ไร้มารยาทมาก
“หยุดขำเลยนะ!
“ก็พูดจริงนี่ ไม่เชื่อลองจับดู” ไม่ว่าเปล่ายังดึงมือของผมไปวางไว้ตรงกลางหว่างขาของตัวเองอีกต่างหาก ทำเอาชักมือกลับแทบไม่ทัน ก่อนที่ความร้อนฉ่าจะแล่นเข้ามารวมกันอยู่ที่สองข้างแก้มอีกครั้ง
โอ๊ย
“ไอ้บ้า”
“ก็กูพูดจริงนี่ อยากกลับบ้านแล้วอะ อีกนานแน่ๆ กว่าละครเชี่ยนี่จะจบ”

กลับไปอ่านต่อ http://my.dek-d.com/killerz_nz/writer/view.php?id=1104856