#MARKBAM
“ขอจูบหน่อยดิ”
“หื้อ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อจู่ๆ
พี่เขาก็พูดประโยคนั้นแทรกออกมา ความจริงก็ได้ยินนะครับ..
แต่อยากฟังอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจ กลัวตัวเองหูจะฝาดไป
ถึงแม้ว่าแก้มมันจะรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดก็เถอะ
“ฉันไม่ขอซ้ำสองหรอกนะ”
ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมร้อนที่ผ่อนออกมาแตะโดน
นั่นทำให้ร่างกายของผมแข็งทื่อ
ถึงแม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ยังไงผมก็ตื่นเต้นทุกครั้งที่พี่เขาใกล้ขนาดนี้
“อื้อ”
ผมหลับตาลงเมื่อพี่มันแนบกลีบปากลงมาทับ
ความร้อนและชื้นแฉะทำให้หัวใจของผมเต้นรัวไปหมด
สัมผัสอ่อนโยนที่ไม่ได้รับมาตั้งนานเนื่องจากติดเรียนและไม่เข้าใจกันหลายๆ
อย่างทำให้ผมรู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองโหยหาพี่มาร์คมากแค่ไหนกัน
พี่มันดูดกลึงริมฝีปากของผมย้ำๆ
ขบเม้มเบาๆ เพื่อให้เผยอออกก่อนจะค่อยๆ สอดปลายลิ้นเข้ามาแตะเกี่ยว
เรียกให้ผมยกแขนโอบกอดลำคอแกร่งนั้นไว้แล้วสอดปลายนิ้วขยุ้มผมเบาๆ
เผยอปากกว้างขึ้นอีกนิด ตวัดปลายลิ้นตอบกลับเพราะอยากให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นก็คิดถึงไม่น้อยไปกว่าเขาเลย
ลมหายใจอุ่นๆ
ที่คลอรดกันเรียกให้ขนอ่อนทั้งร่างกายของผมลุกชัน แขนแกร่งโอบเอวของผมแล้วรั้งให้ตัวของเขาแนบชิดกันไปทุกสัดส่วน
ผมเอียงหน้าเล็กน้อยยามที่ร่างสูงจับปลายคางแล้วปรับองศาให้เราทั้งสองคนจูบถนัดมากยิ่งขึ้น
“อ..อืม”
ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ระดับความร้อนในร่างกายมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
พี่มาร์คกดจูบริมฝีปากของผมซ้ำไปซ้ำมาจนเริ่มสัมผัสได้ว่ากลีบปากของตัวเองเริ่มจะบวมเจ่อ
แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ยังต้องการ..
และผมเองก็ไม่ได้ทักท้วงหรือค้านอะไรออกไปเพราะตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
“อ๊ะ..” ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ
ร่างกายก็ลอยหวืดขึ้นไปในอากาศ สองแขนที่โอบรอบเอวเมื่อสักครู่จัดการอุ้มผมขึ้น
เรียกให้เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากลำคอเบาๆ
ถึงแม้ว่าริมฝีปากของเราทั้งสองยังไม่ได้เพิกถอนออกจากกันก็ตามที
ผมกระชับอ้อมแขนที่สวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้ในขณะที่พี่มาร์คพาไปยังเตียง
ร่างสูงค่อยๆ วางผมลง ริมฝีปากถอนออกไปแล้วผมจึงใช้จังหวะนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
แต่แล้วพี่เขาก็เคลื่อนกายทับตามลงมาแล้วประกบจูบกับผมอีกครั้ง
คราวนี้หนักหน่วงมากกว่าเดิมเสียอีก..
“อ..อือ ฮึก” ผมครางออกมาจากลำคอเบาๆ
เมื่อเริ่มจะหายใจไม่ทัน แถมมือหนานั้นก็ลูบไล้ไปตามร่างกายอยู่เรื่อยๆ
เรียกให้เลือดสูบฉีดจนผมรู้สึกปั่นป่วนไปหมด ขนอ่อนทั้งหลายพร้อมใจลุกพรึบ
ภายในช่องท้องเหมือนมีพายุลูกใหญ่กำลังโหมกระหน่ำพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้ปลิวหายไป
ณ ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น
สิ่งที่สามารถรับรู้ได้ก็คือริมฝีปากร้อนๆ
และชื้นแฉะของคนด้านบนที่ถอนเลื่อนจูบประทับไปทั่วใบหน้าของผม
“หอมจัง..” ร่างสูงพึมพำออกมาเบาๆ
ที่ข้างหูในขณะที่มือหนานั้นก็ได้สอดเข้ามาภายในเสื้อของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ความร้อนที่แตะไล่ไปตามผิวกายเรียกให้ผมหดหน้าท้องก่อนจะหลับตาแน่นเพราะพี่มาร์คยังคงซุกไซร้อยู่ไม่เลิก
สันจมูกโด่งกดหอมไปทั่วๆ
ลำคอทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้น
หัวใจพลันเต้นรัวขึ้นมาเพราะผมเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าเรื่องมันเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“งือ..”
ผมกำเสื้อของร่างสูงแน่นเมื่อพี่กดจูบไปทั่วๆ
ไหปลาร้าจากนั้นก็แตะริมฝีปากไล่ลงไประดมฟัดอยู่แถวๆ หน้าอก
ความสยิวที่เกิดขึ้นจนมวนทั้งไปหมดเรียกเสียงครางออกมาได้เป็นอย่างดี
และนั่นก็ทำให้คนตรงหน้าหยุดชะงักก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมามอง
เรียวลิ้นสีชมพูส่งออกมาเล็มเลียริมฝีปาก
ผมแอบเห็นพี่มาร์คกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ราวกับกำลังชั่งใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ม.. มองอะไรเล่า”
และด้วยความที่คิดว่าถูกจ้องนานเกินไปแล้วผมจึงเป็นฝ่ายเอ่ยถามออกไปแทน
ซึ่งมันก็ทำให้คนตัวสูงยิ้มขำๆ
แต่ถึงอย่างนั้นที่ตรงสองข้างแก้มก็ขึ้นสีแดงเรื่อ
..เป็นอะไรที่ผมไม่ได้เห็นมานานแล้ว
แต่มันก็ทำให้รู้สึกดีมากกว่าที่คิดเพราะไม่ได้มีแค่ผมเองที่รู้สึกเขินเวลาเราทำอะไรกันแบบนี้
“ห้ามหน่อย”
“หื้อ?” ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อจู่ๆ
ร่างสูงก็เอ่ยออกมาแบบนั้น สันจมูกโด่งกดลงมาหอมที่ข้างแก้มแบบเน้นๆ
จนผมต้องหลับตาลงแน่น แต่ก็ต้องเปิดขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจอยู่ดี
“อะไรครับ?”
“ถ้านายไม่ห้ามฉันจะไม่หยุดแล้วนะ..”
คำพูดนั้นทำให้สองข้างแก้มของผมร้อนผ่าวในทันที
พี่มาร์คเหลือบไปมองทางอื่นในขณะที่ริมฝีปากหยักก็ยังคงอมยิ้มอยู่อย่างนั้น
บ้าไปแล้ว..
ผมจะกล้าพูดได้ยังไงกัน
“ไล่ฉันไปห้องน้ำหน่อย
พรุ่งนี้นายต้องตื่นเช้านะ ..แต่ฉันอยากทำอะ”
โอ๊ยแล้ว..
ใครให้พูดออกมาแบบนั้นกันเล่า! ผมว่าหน้าของผมร้อนเกินไปแล้วครับ
ตอนนี้มันต้องแดงจนดูตลกแน่ๆ เลย
“ถ้านายไม่ห้ามฉันจะทำต่อแล้วนะแบมแบม”
“พูดมากจริง..” ผมสบถออกไปเสียงแผ่วจากนั้นก็กดสายตาลงไปมองต่ำ
ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายเพราะตอนนี้อายจนอยากจะมุดเตียงหนีแล้วล่ะครับ
“...”
“ผมปล่อยให้ทำถึงขนาดนี้แล้วพี่ยังไม่เข้าใจอีกหรอ?”
“...”
“อ๊ะ! พี่มาร์ค”
ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่เพียงชั่วครู่
ก่อนที่ร่างสูงจะเลิกเสื้อของผมขึ้นสูงแล้วโน้มลงมาแตะปลายลิ้นละเลงอยู่บนยอดอก
ความเสียววาบที่แล่นไปทั่วร่างกายเรียกให้ผมขยำเสื้อของพี่เขาเอาไว้แน่น
แต่พี่มาร์คก็ไม่ยอมหยุด
ร่างสูงทั้งขบทั้งงับก่อนจะดูดเม้มหนักๆ
จนผมเผลอแอ่นแผ่นหลังขึ้นเป็นบางครั้ง
แถมไม่พอมือหนานั้นยังสอดเข้ามายังกางเกงนอนแล้วขำตรงส่วนกลางลำตัวแบบเน้นๆ
จนผมผวาร้องออกมาเสียงสั่น
“อย่าไปพูดแบบนี้กับใครรู้มั้ยตัวเล็ก?”
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเบาๆ ในขณะที่ถอดเสื้อของผมออกไป
“อ๊ะ.. อื้อ” แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ผมไม่มีโอกาสพูดอะไรเพราะทันทีที่เสื้อถูกโยนลงไปข้างเตียงใบหน้าคมก็กดลงมาซุกอยู่ตรงหน้าท้องอีกหน
ปลายลิ้นร้อนหยอดลงแอ่งสะดือซ้ำไปซ้ำมาสร้างความจั๊กจี้เสียจนต้องเผลอเกร็งหน้าท้อง
ผมขยุ้มกลุ่มผมของพี่มาร์คเอาไว้แน่นเมื่อร่างสูงกดจูบริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อยๆ
มือหนาผละออกจากแกนกายแล้วรั้งขอบกางเกงของผมลงด้วยความชำนาญ
ทุกอย่างมันรวดเร็วมากจนผมตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกทีผมก็ตกอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
ไม่แปลกใจแล้วว่าเมื่อก่อนพี่เขาเจ้าชู้มากขนาดไหน ไอ้เรื่องแบบนี้น่ะเก่งนักนะ
“งื้อ อย่านะ..”
ผมถดสะโพกหนีเมื่อสองขาถูกจับแยกออกพร้อมกับใบหน้าคมที่โน้มเข้ามาใกล้..
กับตรงส่วนนั้น
ครั้งนี้ทำผมอายจนร่างแทบจะระเบิดเพราะถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกของเราทั้งสองคน
เคยเห็นกันมาก่อนหน้านั้นแล้วแต่มันก็ยังไม่ชินอยู่ดีนั่นแหละ
“ฉันยังไม่เคยทำแบบนี้ให้เลย?”
“ฮื่อ พี่มาร์คแกล้งผม..”
ผมเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อส่งมือไปปิดตรงระหว่างขาเอาไว้แล้วถูกร่างสูงจับออกแถมยังเงยขึ้นมายกยิ้มให้อีกต่างหาก
“ไม่ได้แกล้งซักหน่อย”
ไม่ว่าเปล่ามือหนายังจับเนื้อร้อนของผมตั้งขึ้นแล้วทำการสาวรูดเป็นจังหวะเนิบนาบ
“ฉันกำลังจะทำให้นายมีความสุขนะ”
“อ๊ะ.. ฮื่อ”
ความเสียวที่ได้รับนั้นทำให้ผมเหยใบหน้าออก
จิกปลายเท้าลงไปกับเตียงนุ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตา
ไม่อยากมองหรอกว่าอีกฝ่ายทำอะไรให้
เพียงแค่สัมผัสได้ถึงลมร้อนที่ผ่อนออกมาแตะตรงต้นขาด้านในผมก็รู้แล้วว่าใบหน้าของพี่เขาใกล้กับตรงนั้นมากแค่ไหนกัน..
ผมอายนะ
พี่มาร์คยังคงเร้ารูดส่วนนั้นของผมไปเรื่อยๆ
มีบางครั้งที่อีกฝ่ายย้ำน้ำหนักกดคลึงลงมาตรงส่วนหัว นั่นทำให้ผมต้องซี้ดปากอย่างห้ามไม่ได้
สะโพกเผลอถดหนียามที่ความเสียวมีมากจนเกินไปแต่ก็หลบไม่พ้นเพราะสุดท้ายก็โดนลำแขนแกร่งล็อกเอาไว้
“พ..อื้อ พี่มาร์ค”
ก่อนที่ผมจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะ..
ผมเบิกตากว้างขึ้น
รีบเงยหน้ากลับมามองก่อนจะต้องกัดฟันแน่นเมื่ออีกฝ่ายดูดเม้มตรงส่วนปลายแบบเน้นๆ
จนผมพูดอะไรไม่ออก ไม่สามารถเค้นน้ำเสียงใดๆ ออกไปได้เมื่อริมฝีปากของพี่มาร์คทำหน้าที่ได้ดีกว่าตอนที่ใช้มือปรนเปรอผมซะอีก
“มะ.. อื้อ พี่ครับ”
“หืม?”
เขาผละออกไปเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ทำให้ผมต้องรีบห้าม
“อย่ามันสกปร..อ๊ะ”
แต่พูดยังไม่ทันจบพี่มาร์คก็ใช้ริมฝีปากครอบครองตรงนั้นเอาไว้อีกครั้ง
ร่างสูงผงกหัวขึ้นลงอย่างคล่องแคล่วจนผมเผลออ้าปากค้างเอาไว้เพราะความเสียว
เสียงครางผ่อนออกมาจากลำคอเป็นระยะในตอนที่ไม่สามารถทนได้ ปลายลิ้นสากที่ลากไล้ไปทั่วๆ
สลับกับการดูดเม้มเป็นระยะนั้นทำให้ผมแทบบ้า
มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
และในที่สุดความอายก็เริ่มจางหายไปทีละเล็กทีละน้อย
ผมขยุ้มกลุ่มผมหนานั้นลงไปแรงๆ
เมื่อพี่มาร์คเพิ่มจังหวะในการใช้ปากให้เร็วขึ้นอีก
คราวนี้เล่นเอาจนร้องไม่เป็นภาษากันเลยทีเดียว
สะโพกของผมพยายามถดหนีเมื่อพี่เขาทั้งพูดทั้งเม้มจนผมสะท้านไปทั้งร่างกาย
ไม่นานความเสียวแล่นไปกองรวมกันอยู่ตรงนั้นจนผมต้องรีบผลักแก้มของอีกฝ่ายออกไป
“พ.. อื้อพอ..ฮึก”
ผมพยายามเค้นเสียงห้าม แต่ยิ่งพูดพี่มาร์คก็ยิ่งเพิ่มจังหวะรัวเร็ว
มือหนาลูบไปตามต้นขาก่อนจะเลื่อนลงมากำตรงส่วนโคนเอาไว้แล้วห่อริมฝีปากดูดกลึงตรงส่วนปลายของเอ็นร้อนแรงๆ
“อ๊า.. พี่ครับ พ.. พอนะ”
“อืม..”
ผมพยายามดันใบหน้าคมออกไปอย่างสุดความสามารถเพราะเริ่มจะกลั้นไม่ไหว
ปลายเท้าจมลงไปกับเตียงเนื่องจากพยายามถดสะโพกหนีแต่ก็สู้แรงที่รั้งเอาไว้ไม่ได้
เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามขมับในขณะที่หัวสมองเริ่มจะพล่าเบลอแต่เขาก็ไม่ผ่อนจังหวะลงเลยซักนิด
“อ๊ะ.. อ๊า ผม.. งื้อ”
มันเสียวจนนึกคำพูดไม่ออก..
ผมหลับตาลงแน่นก่อนจะขยุ้มผมหนานั้นอย่างลืมตัวเมื่อร่างกายพุ่งทะยานขึ้นไปยังจุดสูงสุด
ก่อนที่ความโล่งจะค่อยๆ แทรกเข้ามาเมื่อผมปล่อยน้ำสีขุ่นเข้าไปยังโพรงปากร้อน
คนตัวสูงกลืนมันลงไปแบบไม่รังเกียจก่อนจะส่งปลายลิ้นออกมาเลียที่มุมปากของตัวเอง
ทำให้ผมต้องเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อความร้อนมันแทรกเข้ามากองอยู่ตรงสองข้างแก้มอีกครั้ง
“นิสัยไม่ดี แกล้ง..”
“แกล้งอะไร ใครๆ
เขาก็ทำให้แฟนกันทั้งนั้น” พี่มาร์คยกยิ้มในขณะที่ปลดอาภรณ์ของตัวเองออก
ร่างกายกำยำที่เผยอยู่ตรงหน้าเรียกให้ผมกดสายตาลงต่ำอีกหนเพราะไม่กล้ามอง
ก่อนที่ปลายคางจะถูกเชยขึ้นพร้อมกับริมฝีปากร้อนที่โน้มลงมาแตะตรงหน้าผาก
“มันสกปรกนะ พี่.. กลืนลงไปทำไม”
พอใกล้กันแบบนี้ผมก็อดที่จะถามไม่ได้ ประโยคหลังรู้สึกได้ว่าเสียงของตัวเองเบาหวิวเสียจนหน้าใจหาย
พร้อมกันนั้นสองข้างแก้มของผมก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว
ฮื่อ มันแย่ที่สุด
“สกปรกตรงไหนมันหวานออก”
“ฮื่อ ไม่ต้องพูดเลย”
พี่มาร์คหัวเราะเบาๆ
ก่อนจะกดจมูกหอมไปทั่วๆ ข้างแก้ม ร่างสูงจับขาทั้งสองข้างของผมแยกออกแล้วโถมกายลงมาทับเอาไว้
เรียกให้ผมเลื่อนแขนโอบกอดกายแกร่งของคนที่อยู่ด้านบนก่อนจะหลับตาลงแน่นเมื่อสัมผัสได้ว่าส่วนปลายที่แข็งขืนถูกส่งมาแตะๆ
ดันๆ อยู่ตรงช่องทางหลัง
“ฉันรักนายนะ”
“ฮื่อ.. ผมก็รักพี่”
“อ..อื้อ..”
ปลายเท้าจิกลงกับเตียงนอนในทันทีที่ความใหญ่โตค่อยๆ กดแทรกเข้ามาในร่างกาย
ผมผวากอดร่างสูงเอาไว้แน่นเพราะในช่วงแรกมันรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ
จนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อผ่อนคลายตัวเอง
“ซี๊ด..”
แอบได้ยินเสียงพี่มาร์คครางออกมาที่ตรงข้างหูในขณะที่เขาพยายามดันเนื้อร้อนเข้ามาจนสุด
ความคับแน่นทำให้ผมรับรู้ได้ว่าช่องทางนั้นกระตุกตอดพี่เขาไม่ยอมหยุด
มันฟังดูน่าอายแต่ผมก็ห้ามตัวเองไม่ได้เลยซักนิด
“พ..พี่มาร์ค”
ผมร้องเรียกอีกฝ่ายก่อนจะหลับตาลงแน่นเมื่อพี่เขาแช่กายเอาไว้ซักพักก็เริ่มขยับแบบไม่บอกไม่กล่าว
ริมฝีปากหยักส่งมาระดมจูบทั่วๆ ใบหน้าของผมในขณะที่มือหนาก็สอดเข้ามาใต้ข้อพับขาแล้วจับให้แยกออกกว้างขึ้นกว่าเดิม
เอวหนาเพิ่มจังหวะในการขยับเขยื้อนให้ไวขึ้นเมื่อทุกอย่างลงตัวและลื่นไหล
มืออีกข้างลูบไล้ไปตามเรียวขาของผมก่อนจะหยุดอยู่ที่สะโพกกลมกลึงแล้วออกแรงขยำเบาๆ
เพื่อระบายอารมณ์รัก
“อ..อือ พ.. อ๊ะ พี่มาร์ค” ผมปรือตาขึ้นมองเมื่อร่างสูงหยัดกายขึ้นไปเหยียดหลังตรง
แขนเรียวผละออกจากการกอดกายแกร่งเลื่อนลงมาขยำผ้าปูที่นอนแทนเมื่อพี่เขากดเข่าเข้ามาชิดตัวแล้วยันแขนเอาไว้อย่างนั้น
เอวแกร่งกดกระแทกเข้ามาลึกๆ
จนผมผวาครางออกมาเสียงหลงเมื่อส่วนปลายมันสะกิดเข้าตรงจุดกระสันแบบเต็มๆ ความเร่าร้อนเรียกให้เหงื่อกาฬไหลซึมออกมามากขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับความเสียวซ่านที่แล่นไปจนทั่วร่างกาย
“อะ อ๊ะ.. อ๊า พ.. อือ พี่..
อึก”
ร่างของผมสั่นคลอนไปตามแรงขยับเมื่อพี่เขาเพิ่มจังหวะให้มากขึ้นอีก
คราวนี้ได้ยินเสียงเนื้อของเขากระทบกันเป็นจังหวะพั่บๆ ปะปนไปกับเสียงสูดปากด้วยความเสียว
ร่างสูงก้มลงมามองก่อนจะกระตุกยิ้มให้
กวาดสายตาไปทั่วๆ ร่างกายจนแก้มของผมร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหน
สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายเอียงหน้าหลับตาลงแน่นเพราะทนสายตาแทะโลมนั้นไม่ไหว
พี่มันทำให้ผมรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะหลอมละลายลงไปกับเตียง
“แบมอ่า.. ซี๊ดด”
สะโพกของผมถูกยกลอยขึ้นก่อนที่พี่มันจะซอยเอวเข้ามาเป็นจังหวะถี่
ความรัวเร็วนั้นทำให้ผมเค้นคำพูดใดๆ ไม่ออกอีกต่อไป
ยิ่งเวลาที่มือหนาส่งมาเร้ารูดตรงส่วนกลางไปพร้อมๆ
กับการขยับนั้นยิ่งทำให้ผมแทบคลั่งเสียให้ได้
“อ๊า.. พี่ อ..อ๊า เสียว งื้อ”
ผมครางสะบัด คิดคำพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่าเสียวซ่าน มือจิกผ้าปูที่นอน
ดึงทึ้งจนมันยับยู่ยี่เพียงเพราะอีกฝ่ายใช้หัวแม่มือบดคลึงไปตามรอยแยกตรงส่วนหัว
ริมฝีปากของผมอ้าค้างไว้เมื่อเริ่มจะหายใจไม่ทัน
พี่มาร์คขยับกายรัวเร็วและเขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน ห้องสี่เหลี่ยมจึงเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและเสียงครางที่ดังคลอไปเรื่อยๆ
ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
เราทั้งสองคนต้องตากันอยู่ซักพักก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายเอียงหน้าหลบอีกครั้ง
ผมหลับตาลงแน่นเมื่อจังหวะในการขยับมีมากขึ้นเรื่อยๆ
และมันก็ได้พัดพาความเสียวซ่านเข้ามาราวกับพายุทอร์นาโดลูกใหญ่
แผ่นหลังของผมแอ่นขึ้นเมื่อรู้สึกหวิวในช่องท้องมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่สนใจว่าหัวจะตกลงมาจากหมอนใบใหญ่หรือว่าผ้าปูที่นอนนั้นจะหลุดลุ่ยแค่ไหนเพราะตอนนี้ผมรับรู้ได้แค่ความวูบไหวที่เริ่มไหลไปกองกันอยู่ที่ตรงส่วนกลางของร่างกายเท่านั้น
“ผม.. งื้อ พี่มาร์ค มัน..”
ผมครางออกมาเสียงสั่น
แต่เพียงแค่นั้นคนตัวสูงก็เร่งจังหวะทุกอย่างให้เร็วขึ้นเหมือนเขารู้ว่าผมกำลังต้องการอะไรแบบไหน
“ซี๊ดด เสร็จ..อ่า
เสร็จพร้อมกันตัวเล็ก” เสียงทุ้มเค้นออกมาอย่างยากลำบากไม่ต่างกัน
ผมสังเกตเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแดงก่ำไปหมด ร่างสูงสูดปากก่อนจะเผลอสบถออกมาด้วยความเสียวซ่านในขณะที่เอวหนานั้นก็กดกระแทกแกนเนื้อเข้ามาย้ำๆ
“ผม..อ๊า พี่มาร์ค ผม..อื้อ!”
ในที่สุดความอึดอัดก็ถูกปลดปล่อยออกมาเปรอะรดใส่มือหนา
ร่างกายของผมเกร็งไปหมดทุกส่วนไม่เว้นแม้แต่ช่องทางรักที่บีบรัดกายอีกคนเอาไว้แน่น
“อ่า..เชี่ย ตัวเล็ก ซี๊ด”
พี่มาร์คกัดฟันแน่นก่อนจะดันตัวเองเข้ามาจนสุด เขาสบถออกมาเบาๆ
ก่อนจะสูดปากเมื่อความอุ่นนั้นก็ถูกปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายของผมเช่นกัน
สองขาของผมถูกปล่อยวางลงกับเตียงนิ่มพร้อมๆ
กับร่างสูงที่ทรุดลงมาทับเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นแขนแกร่งก็ยังคงยันตัวเองไม่ทิ้งน้ำหนักลงมาจนหมด
เราสองคนต่างก็นอนหอบกันทั้งคู่
ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่ผมจะต้องหลับตาลงอีกครั้งเมื่อสันจมูกโด่งกดลงมาหอมตั้งแต่หน้าผาก
ปลายจมูก แล้วก็สองข้างแก้มจากนั้นก็กดค้างเอาไว้ที่เดิม
“นอนดึกเลย ขอโทษนะ”
เขาพูดออกมาแบบขำๆ ก่อนจะถอนตัวเองออกไป พี่มันทิ้งตัวลงนอนหงายอยู่ข้างๆ แต่ก็ยังไม่ลืมสอดแขนเข้ามาที่ใต้ท้ายทอยเพื่อให้ผมได้นอนหนุน
พอเห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพลิกตัวหันไปกอดเอาไว้
“ขอโทษอะไรเล่า..”
พี่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย
เรื่องนี้มัน..
ก็ปกติของแฟนกันไม่ใช่หรอไง
โอ๊ย ผมพูดบ้าอะไรออกไปนะ.. ไม่สิ
ไม่ๆ
“ก็ขอโทษที่นายนอนดึกไง
แต่ขอบคุณนะที่ให้รัก”
“พูดมากจริงเลย”
ผมคิดคำอะไรไม่ออกก็ได้แต่บ่นออกไปแบบนี้เท่านั้นล่ะครับ
ร่างกายมันจะระเบิดเอาเพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ที่เราทั้งสองคนเพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ
ยังไงผมก็ไม่ชินซักที เพราะฉะนั้นทำเสร็จแล้วก็อย่าหยิบยกขึ้นมาพูดอีก
ภูมิต้านทานของผมมีไม่พอ
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเยอะเลยนะตัวเล็ก
เมื่อกี๊ก็ครางอย่างเดียว”
“พี่นี่มัน!” น่ะ
พูดยังไม่ทันขาดคำพี่เขาก็แกล้งผมอีกแล้ว อดไม่ได้ที่จะส่งมือไปฟาดตรงหน้าอกแรงๆ
ก่อนจะพลิกตัวหันหลังหนีเพราะไม่อยากเห็นว่าอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาสนุกสนานแค่ไหน
แล้วก็ไม่อยากให้เห็นด้วยความตอนนี้แก้มของผมกลายเป็นสีแดงอีกหนนึงแล้ว..
“โอ๋งอนหรอ? พูดเล่นเองนะ”
เสียงทุ้มยังคงตามมารังควานพร้อมกับแขนแกร่งที่สอดเข้ามากอดจากทางด้านหลัง
แต่นั้นแบบนั้นผมก็เลือกที่จะหลับตาลงแน่นแล้วไม่ตอบอะไรกลับไปทั้งสิ้นเพราะกลัวจะโดนแกล้งอีก
“ตัวเล็กอ่า ห้ามงอนฉันนะ”
พี่มันยังคงตื้อ จมูกโด่งกดลงมาหอมแก้มของผมย้ำๆ
จนในที่สุดก็หลุดหัวเราะออกมาเพราะเขาไม่ยอมหยุดซักที
“พอแล้วน่า..
ไหนบอกว่าไม่อยากให้ผมนอนดึกไง” ผมหันไปแขวะก่อนจะบีบปลายจมูกของพี่มันเล่นเบาๆ
“ก็จะให้นอนแล้วถ้านายไม่โกรธกันนะ”
“ไม่โกรธอะไรทั้งนั้นล่ะ
แต่ถ้าพี่แซวเรื่องเกี่ยวกับเมื่อกี๊อีกผมจะไม่คุยด้วยนะ ผมอาย..”
“โอเคครับ โอเค”
พี่มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นก็กระชับกอดผมให้แน่นขึ้น
ถึงแม้ว่าพี่มันจะขี้แกล้งก็เถอะ
แต่ถ้าเรื่องไหนที่ผมซีเรียสจริงๆ พี่มาร์คก็จะยอมอ่อนให้เสมอ
รู้สึกโชคดีที่มีแฟนว่าง่ายก็ตอนนี้นี่แหละครับ
ถ้าไม่อย่างนั้นเราต้องเถียงกันทั้งคืนและจบด้วยการทะเลาะกันแน่ๆ
กลับไปอ่านต่อ http://my.dek-d.com/killerz_nz/writer/viewlongc.php?id=1104856&chapter=43